ทำไมเราต้องใช้แสลนกรองแสงในการทำโรงเรือนเพาะชำต้นกล้า

การนำแสลนกรองแสงมาใช้เพื่อลดทอนความเข้มแสง (Light intensity)   ส่วนจะใช้กี่เปอร์เซนต์ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช ช่วงอายุของพืชที่เราปลูกครับ ค่าความเข้มแสงมีหน่วยเป็นลักซ์ (Lux) (จริงๆแล้วมีหลายหน่วยความเข้มแสง) โดยค่าความเข้มแสงประมาณ 30000 – 40000 Lux พืชจะมีอัตราการสังเคาระห์แสงสูงสุด

ส่วนสีดำ จะไม่ไปตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสง – (ทำความเข้าใจก่อนน่ะครับ แสง คือ คลื่นชนิดหนึ่ง) คือ แสงที่ลอดผ่านแสลนกรองแสงสีดำจะเป็นแสงขาวเหมือนที่เราเห็นทั่วๆไป ก่อนผ่านสแลนกรองแสง  และหลังผ่านแสลนกรองแสง แต่สแลนกรองแสงสีอื่นๆจะสะท้อนตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสงที่เป็นสีเดียวกับสีของแสลนกรองแสงนั้นออกไป และพืชก็ต้องการแสงสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก (ซึ่งรวมอยู่ในแสงขาวอยู่แล้ว) ถ้าแสงสีเหล่านี้ถูกตัดทอนออกไปก็จะมีผลต่อการสังเคราะห์แสง จนถึงการเจริญเติบโตครับ

การเลือกใช้สี เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุการใช้งานความ พืชแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ต้องการช่วงแสง หรือทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าสีนั้นแหละ เช่น ช่วงที่มีการเจริญทางลำต้นใบ พืชจะใช้แสงสีในกลุ่มสีน้ำเงินเป็นหลัก หรือช่วงที่มีการเตรียมตัวในการออกดอกจะใช้แสงช่วงที่ให้แสงกลุ่มสีแดงเป็นหลัก

แต่ทั้งนี้ข้อมูลการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ ถึงความแตกต่างตามสีของแสลนกรองแสงยังไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จำเป็นต้องศึกษากันเพิ่มเติม

การเลือกใช้ระดับการกรองแสง หรือจำนวนเปอร์เซ็นต์ ก็ขึ้นอยู่กับงานที่จะใช้ ขึ้นอยู่กับชนิด และอายุพืช เช่น ในขึ้นตอนการเพาะเมล็ด จนถึงอนุบาลกล้าก็ต้องการพรางแสงมากหน่อย 70-80 % และเมื่อต้นกล้าอายุมากขึ้นจะย้ายลงแปลงปลูกก็ต้องเพิ่มแสงให้ อาจจะพรางแสงแค่ 50 %

ชนิดพืชปลูก หากเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงจัด พวกที่ต้องการร่มเงา เช่น กล้วยไม้ สัปปะรดสีกลุ่มที่เกาะตามต้นไม้ พืชกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงมากต้องพรางแสงสูง

หากปลูกพืชกลุ่มกลางแจ้งให้สภาพพรางแสงสูง ต้นไม้จะข้อยืดยาว ลำต้นเลื้อย ทรงพุ่มจะเสียได้

 

Comments are closed.